
งานด้านปศุสัตว์ที่ทรงคุณค่าอีกชิ้นหนึ่ง ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ก็คือการเร่งขยายพันธุ์โคทาจิมะโคพันธุ์เนื้อสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ ซึ่งนายสัตวแพทย์ วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร สัตวแพทย์ 6 หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโคเนื้อ “ทาจิมะ” ให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเลี้ยงทดลองหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้น้อมเกล้าถวายฯ แด่พระองค์ เมื่อปี พ.ศ.2534 แต่ไม่ประสพผลสำเร็จเนื่องจากพ่อแม่พันธุ์โคทาจิมะตายจนหมดรุ่น แต่ก็ยังไม่สูญพันธุ์ เนื่องจากศูนย์การปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร กรมปศุสัตว์ได้ทำการรีดน้ำเชื้อจากโคพ่อพันธุ์แช่แข็งไว้...จากนั้นได้นำเชื้อมาผสมกับแม่พันธุ์ โคนมเรดซินดี้ จึงได้ลูกผสมทาจิมะ สายเลือด 50% กับเรดซินดี้ 50% พอถึงปี 2547 กรมปศุสัตว์จึงได้ส่งต่อโครงการ “โคทาจิมะลูกผสม” ให้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนครเป็นผู้รับผิดชอบ
นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร กล่าวด้วยว่า เมื่อโคทาจิมะลูกผสมอยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศร้อนชื้นมีความทนทานต่อโรคระบาด โรคพยาธิในเลือดได้ดีขึ้น คณะผู้ทำการวิจัยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร กับสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ จึงนำมาผสมกับโคพื้นเมืองและได้ลูกออกมาอีกชุดจึงตั้งชื่อใหม่ “โคทาจิมะภูพาน” แล้วนำมาเลี้ยงเป็นโคขุน การเลี้ยงใช้อาหารเป็นสูตรเฉพาะ...โดยให้หญ้าแพงโกล่า เป็นอาหารหยาบหนัก แล้วมีอาหารเสริม คือ เบียร์ หรือ กากเบียร์ ตามเทคนิคของญี่ปุ่น ทีมวิจัยจึงปรับให้เข้ากับสถานภาพของท้องถิ่น โดยใช้สาโท หรือ ข้าวหมัก แทน ซึ่งแอลกอฮอล์จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการอยากอาหาร ส่วนเทคนิคการนวดตัวแบบญี่ปุ่นก็ประยุกต์เป็นการนวดตาม แบบแผนไทย ร่วมกับการอาบน้ำแปรงขน เป็นประจำทุกวัน เพื่อลดภาวะความเครียดของโคขุน...เทคนิคสำคัญอีกข้อหนึ่งซึ่งทางทีมวิจัยก็ได้ให้คนงานเลี้ยงโคร้องเพลงให้ฟัง (ส่วนใหญ่เป็นเพลงหมอลำอีสาน) เทคนิคนี้ทำให้สามารถขุนโคทาจิมะภูพานตัวแรกได้ดี ไขมันแทรกในเนื้อระดับ 4 แล้วจากคะแนนเต็ม 5 ในคาบเวลาการขุน 12 เดือน ..จึงมั่นใจในความเป็นไปได้ต่อการขุนโคทาจิมะภูพานในประเทศไทย
ในอันดับต่อไปก็จะสรุปผลการทดลอง ก่อนจะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้และเป็นอาชีพทั้งหลักและเสริมในอนาคต จึงนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและเป็นความปลาบปลื้มใจที่มีโอกาสได้เลี้ยงโคที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีวิธีการที่แปลกในการเลี้ยงเพื่อที่จะทำให้โคทาจิมะภูพาน สามารถทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทยได้ นอกจากนั้นยังมีการป้องกันไม่ให้โคทาจิมะภูพานได้รับเชื้อโรค ซึ่งในการเลี้ยงมีการให้อาหารเป็นสูตรเฉพาะ คือ หญ้าแพงโกล่า และมีอาหารเสริมเป็น สาโท หรือข้าวหมัก นอกจากนั้นยังมีการร้องเพลงให้กับโคฟังด้วย ซึ่งการใช้เทคนิคเหล่านี้ทำให้โคทาจิมะภูพาน มีคุณภาพดีขึ้น
นายสัตวแพทย์ วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร ยังกล่าวด้วยว่า แนวพระราชดำรัสของในหลวงก็คือเทคโนโลยีต้องง่ายอาหารต้องง่ายสำคัญที่สุดคือต้องมีกำไรภายใต้การศึกษาทั้งของขบวนการเลี้ยงและขบวนการศึกษาต้นทุนถ้าเราคิดว่าจะเอางานชิ้นนั้นส่งเสริมเกษตรกรต่อไป เราวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าในวัว 3 ตัวแรกที่เราเลี้ยงไปผลออกมาว่า ตั้งแต่ 1-2 ปี คิดราคาขายแบบไทยๆ ไม่ใช่ราคาขายกิโลละ 2,000 บาท แต่เป็นราคาขายที่เราขายให้กับโพนยางคำ ถ้าราคากิโลละ 2,000 บาท กำไรตัวหนึ่งเฉียดๆ แสนบาท ตลาดรองรับมีเยอะแต่ข้อสำคัญที่สุดของประเทศไทยก็คือเลี้ยงแล้วต้องวิ่งหาตลาด ไม่ใช่เลี้ยงแล้วก็วางไว้ในคอก
ส่วนการขายนั้น เดี๋ยวนี้ซื้อขายง่ายเพราะ อบต.มีเน็ตทุกที่ โพสขายบนเน็ตไม่ยากก็มีคนวิ่งเข้ามาซื้อแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีหน้าร้าน ขายกันง่ายมั่นใจได้ว่าขายง่าย ลักษณะของวัวทาจิมะก็คือมีกล้ามเนื้อสะสมในทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่คอลำตัวกล้ามขาทั้ง 4 มีเนื้อเยอะมาก วัวตัวนี้ชื่อว่า เจ้าโรนัลโดมีมูลค่าถึง 10 ล้าน เพราะมีตัวเดียวในประเทศไทย ที่พร้อมที่จะทำงานแล้วก็รีดน้ำเชื้อ ท่านที่อยู่ในวงการปศุสัตว์ชอบวัวหูยาว ตอนนี้วัวหูยาวตกแล้วนะครับเอาวัวตัวนี้ไปเลี้ยง เพราะตัวนี้เขาเรียกว่าดีจริงจากข้างในเราไม่ได้ขายที่รูปร่างข้างนอก แต่เราขายที่คุณภาพเนื้อข้างในวัวตัวนี้เอาไปผสมกับวัวอะไรก็ตาม เมื่อลูกออกมาเนื้อของเขาขั้นต่ำเลยนะครับได้เกรด 3.5
เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าใช้เขาผสมกับวัวตัวใดมั่นใจได้เลยว่าจะได้ลูกคุณภาพดี ต่อไปนี้เราไม่อนุญาตให้ผสมพันธุ์อีกแล้ว แต่ถ้าเราจับเขารีดน้ำเชื้อจะได้ครั้งละ 2 หลอด อาทิตย์หนึ่งจะได้ประมาณ 200 หลอดหมายความว่า 1 อาทิตย์ของเขา สามารถผสมพันธุ์แม่วัวได้ถึง 400 ตัว เดือนหนึ่งเขาได้ 1,600 หลอดราคาขายทั่วไปตอนนี้หลอดหนึ่งแค่ 200 บาท ซึ่งถือว่าวัวทาจิมะภูพาน นับเป็นความหวังใหม่ของประเทศไทย เพราะตอนนี้มีวัวสายพันธุ์นี้เพียง 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ตอนนี้ที่สกลนครมีวัวที่จะให้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ประมาณ 100 ตัวแล้ว ซึ่งก็จะเป็นความหวังทางด้านสัตว์เศรษฐกิจของไทยอีกชนิดหนึ่ง
วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร
นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร กล่าวด้วยว่า เมื่อโคทาจิมะลูกผสมอยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศร้อนชื้นมีความทนทานต่อโรคระบาด โรคพยาธิในเลือดได้ดีขึ้น คณะผู้ทำการวิจัยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร กับสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ จึงนำมาผสมกับโคพื้นเมืองและได้ลูกออกมาอีกชุดจึงตั้งชื่อใหม่ “โคทาจิมะภูพาน” แล้วนำมาเลี้ยงเป็นโคขุน การเลี้ยงใช้อาหารเป็นสูตรเฉพาะ...โดยให้หญ้าแพงโกล่า เป็นอาหารหยาบหนัก แล้วมีอาหารเสริม คือ เบียร์ หรือ กากเบียร์ ตามเทคนิคของญี่ปุ่น ทีมวิจัยจึงปรับให้เข้ากับสถานภาพของท้องถิ่น โดยใช้สาโท หรือ ข้าวหมัก แทน ซึ่งแอลกอฮอล์จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการอยากอาหาร ส่วนเทคนิคการนวดตัวแบบญี่ปุ่นก็ประยุกต์เป็นการนวดตาม แบบแผนไทย ร่วมกับการอาบน้ำแปรงขน เป็นประจำทุกวัน เพื่อลดภาวะความเครียดของโคขุน...เทคนิคสำคัญอีกข้อหนึ่งซึ่งทางทีมวิจัยก็ได้ให้คนงานเลี้ยงโคร้องเพลงให้ฟัง (ส่วนใหญ่เป็นเพลงหมอลำอีสาน) เทคนิคนี้ทำให้สามารถขุนโคทาจิมะภูพานตัวแรกได้ดี ไขมันแทรกในเนื้อระดับ 4 แล้วจากคะแนนเต็ม 5 ในคาบเวลาการขุน 12 เดือน ..จึงมั่นใจในความเป็นไปได้ต่อการขุนโคทาจิมะภูพานในประเทศไทย
ในอันดับต่อไปก็จะสรุปผลการทดลอง ก่อนจะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้และเป็นอาชีพทั้งหลักและเสริมในอนาคต จึงนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและเป็นความปลาบปลื้มใจที่มีโอกาสได้เลี้ยงโคที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีวิธีการที่แปลกในการเลี้ยงเพื่อที่จะทำให้โคทาจิมะภูพาน สามารถทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทยได้ นอกจากนั้นยังมีการป้องกันไม่ให้โคทาจิมะภูพานได้รับเชื้อโรค ซึ่งในการเลี้ยงมีการให้อาหารเป็นสูตรเฉพาะ คือ หญ้าแพงโกล่า และมีอาหารเสริมเป็น สาโท หรือข้าวหมัก นอกจากนั้นยังมีการร้องเพลงให้กับโคฟังด้วย ซึ่งการใช้เทคนิคเหล่านี้ทำให้โคทาจิมะภูพาน มีคุณภาพดีขึ้น
นายสัตวแพทย์ วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร ยังกล่าวด้วยว่า แนวพระราชดำรัสของในหลวงก็คือเทคโนโลยีต้องง่ายอาหารต้องง่ายสำคัญที่สุดคือต้องมีกำไรภายใต้การศึกษาทั้งของขบวนการเลี้ยงและขบวนการศึกษาต้นทุนถ้าเราคิดว่าจะเอางานชิ้นนั้นส่งเสริมเกษตรกรต่อไป เราวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าในวัว 3 ตัวแรกที่เราเลี้ยงไปผลออกมาว่า ตั้งแต่ 1-2 ปี คิดราคาขายแบบไทยๆ ไม่ใช่ราคาขายกิโลละ 2,000 บาท แต่เป็นราคาขายที่เราขายให้กับโพนยางคำ ถ้าราคากิโลละ 2,000 บาท กำไรตัวหนึ่งเฉียดๆ แสนบาท ตลาดรองรับมีเยอะแต่ข้อสำคัญที่สุดของประเทศไทยก็คือเลี้ยงแล้วต้องวิ่งหาตลาด ไม่ใช่เลี้ยงแล้วก็วางไว้ในคอก
ส่วนการขายนั้น เดี๋ยวนี้ซื้อขายง่ายเพราะ อบต.มีเน็ตทุกที่ โพสขายบนเน็ตไม่ยากก็มีคนวิ่งเข้ามาซื้อแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีหน้าร้าน ขายกันง่ายมั่นใจได้ว่าขายง่าย ลักษณะของวัวทาจิมะก็คือมีกล้ามเนื้อสะสมในทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่คอลำตัวกล้ามขาทั้ง 4 มีเนื้อเยอะมาก วัวตัวนี้ชื่อว่า เจ้าโรนัลโดมีมูลค่าถึง 10 ล้าน เพราะมีตัวเดียวในประเทศไทย ที่พร้อมที่จะทำงานแล้วก็รีดน้ำเชื้อ ท่านที่อยู่ในวงการปศุสัตว์ชอบวัวหูยาว ตอนนี้วัวหูยาวตกแล้วนะครับเอาวัวตัวนี้ไปเลี้ยง เพราะตัวนี้เขาเรียกว่าดีจริงจากข้างในเราไม่ได้ขายที่รูปร่างข้างนอก แต่เราขายที่คุณภาพเนื้อข้างในวัวตัวนี้เอาไปผสมกับวัวอะไรก็ตาม เมื่อลูกออกมาเนื้อของเขาขั้นต่ำเลยนะครับได้เกรด 3.5
เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าใช้เขาผสมกับวัวตัวใดมั่นใจได้เลยว่าจะได้ลูกคุณภาพดี ต่อไปนี้เราไม่อนุญาตให้ผสมพันธุ์อีกแล้ว แต่ถ้าเราจับเขารีดน้ำเชื้อจะได้ครั้งละ 2 หลอด อาทิตย์หนึ่งจะได้ประมาณ 200 หลอดหมายความว่า 1 อาทิตย์ของเขา สามารถผสมพันธุ์แม่วัวได้ถึง 400 ตัว เดือนหนึ่งเขาได้ 1,600 หลอดราคาขายทั่วไปตอนนี้หลอดหนึ่งแค่ 200 บาท ซึ่งถือว่าวัวทาจิมะภูพาน นับเป็นความหวังใหม่ของประเทศไทย เพราะตอนนี้มีวัวสายพันธุ์นี้เพียง 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ตอนนี้ที่สกลนครมีวัวที่จะให้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ประมาณ 100 ตัวแล้ว ซึ่งก็จะเป็นความหวังทางด้านสัตว์เศรษฐกิจของไทยอีกชนิดหนึ่ง
วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร
55555555555555555555555
ตอบลบถ้าผมจะเลี้ยงโคพันธุ์นี้ผมต้องมีแม่พันธุ์ไดดีสุดครับ
ตอบลบอยากเลี้ยงต้องเริ่มอย่างไรดีครับ
ตอบลบ