วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วัวทาจิมะ ภูพาน




งานด้านปศุสัตว์ที่ทรงคุณค่าอีกชิ้นหนึ่ง ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ก็คือการเร่งขยายพันธุ์โคทาจิมะโคพันธุ์เนื้อสายพันธุ์ญี่ปุ่นแท้ ซึ่งนายสัตวแพทย์ วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร สัตวแพทย์ 6 หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโคเนื้อ “ทาจิมะ” ให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปเลี้ยงทดลองหลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้น้อมเกล้าถวายฯ แด่พระองค์ เมื่อปี พ.ศ.2534 แต่ไม่ประสพผลสำเร็จเนื่องจากพ่อแม่พันธุ์โคทาจิมะตายจนหมดรุ่น แต่ก็ยังไม่สูญพันธุ์ เนื่องจากศูนย์การปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร กรมปศุสัตว์ได้ทำการรีดน้ำเชื้อจากโคพ่อพันธุ์แช่แข็งไว้...จากนั้นได้นำเชื้อมาผสมกับแม่พันธุ์ โคนมเรดซินดี้ จึงได้ลูกผสมทาจิมะ สายเลือด 50% กับเรดซินดี้ 50% พอถึงปี 2547 กรมปศุสัตว์จึงได้ส่งต่อโครงการ “โคทาจิมะลูกผสม” ให้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนครเป็นผู้รับผิดชอบ
นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร กล่าวด้วยว่า เมื่อโคทาจิมะลูกผสมอยู่ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศร้อนชื้นมีความทนทานต่อโรคระบาด โรคพยาธิในเลือดได้ดีขึ้น คณะผู้ทำการวิจัยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร กับสถานีพัฒนาอาหารสัตว์ จึงนำมาผสมกับโคพื้นเมืองและได้ลูกออกมาอีกชุดจึงตั้งชื่อใหม่ “โคทาจิมะภูพาน” แล้วนำมาเลี้ยงเป็นโคขุน การเลี้ยงใช้อาหารเป็นสูตรเฉพาะ...โดยให้หญ้าแพงโกล่า เป็นอาหารหยาบหนัก แล้วมีอาหารเสริม คือ เบียร์ หรือ กากเบียร์ ตามเทคนิคของญี่ปุ่น ทีมวิจัยจึงปรับให้เข้ากับสถานภาพของท้องถิ่น โดยใช้สาโท หรือ ข้าวหมัก แทน ซึ่งแอลกอฮอล์จะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นการอยากอาหาร ส่วนเทคนิคการนวดตัวแบบญี่ปุ่นก็ประยุกต์เป็นการนวดตาม แบบแผนไทย ร่วมกับการอาบน้ำแปรงขน เป็นประจำทุกวัน เพื่อลดภาวะความเครียดของโคขุน...เทคนิคสำคัญอีกข้อหนึ่งซึ่งทางทีมวิจัยก็ได้ให้คนงานเลี้ยงโคร้องเพลงให้ฟัง (ส่วนใหญ่เป็นเพลงหมอลำอีสาน) เทคนิคนี้ทำให้สามารถขุนโคทาจิมะภูพานตัวแรกได้ดี ไขมันแทรกในเนื้อระดับ 4 แล้วจากคะแนนเต็ม 5 ในคาบเวลาการขุน 12 เดือน ..จึงมั่นใจในความเป็นไปได้ต่อการขุนโคทาจิมะภูพานในประเทศไทย
ในอันดับต่อไปก็จะสรุปผลการทดลอง ก่อนจะนำไปส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้และเป็นอาชีพทั้งหลักและเสริมในอนาคต จึงนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและเป็นความปลาบปลื้มใจที่มีโอกาสได้เลี้ยงโคที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีวิธีการที่แปลกในการเลี้ยงเพื่อที่จะทำให้โคทาจิมะภูพาน สามารถทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทยได้ นอกจากนั้นยังมีการป้องกันไม่ให้โคทาจิมะภูพานได้รับเชื้อโรค ซึ่งในการเลี้ยงมีการให้อาหารเป็นสูตรเฉพาะ คือ หญ้าแพงโกล่า และมีอาหารเสริมเป็น สาโท หรือข้าวหมัก นอกจากนั้นยังมีการร้องเพลงให้กับโคฟังด้วย ซึ่งการใช้เทคนิคเหล่านี้ทำให้โคทาจิมะภูพาน มีคุณภาพดีขึ้น
นายสัตวแพทย์ วิสุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร ยังกล่าวด้วยว่า แนวพระราชดำรัสของในหลวงก็คือเทคโนโลยีต้องง่ายอาหารต้องง่ายสำคัญที่สุดคือต้องมีกำไรภายใต้การศึกษาทั้งของขบวนการเลี้ยงและขบวนการศึกษาต้นทุนถ้าเราคิดว่าจะเอางานชิ้นนั้นส่งเสริมเกษตรกรต่อไป เราวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าในวัว 3 ตัวแรกที่เราเลี้ยงไปผลออกมาว่า ตั้งแต่ 1-2 ปี คิดราคาขายแบบไทยๆ ไม่ใช่ราคาขายกิโลละ 2,000 บาท แต่เป็นราคาขายที่เราขายให้กับโพนยางคำ ถ้าราคากิโลละ 2,000 บาท กำไรตัวหนึ่งเฉียดๆ แสนบาท ตลาดรองรับมีเยอะแต่ข้อสำคัญที่สุดของประเทศไทยก็คือเลี้ยงแล้วต้องวิ่งหาตลาด ไม่ใช่เลี้ยงแล้วก็วางไว้ในคอก
ส่วนการขายนั้น เดี๋ยวนี้ซื้อขายง่ายเพราะ อบต.มีเน็ตทุกที่ โพสขายบนเน็ตไม่ยากก็มีคนวิ่งเข้ามาซื้อแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีหน้าร้าน ขายกันง่ายมั่นใจได้ว่าขายง่าย ลักษณะของวัวทาจิมะก็คือมีกล้ามเนื้อสะสมในทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นที่คอลำตัวกล้ามขาทั้ง 4 มีเนื้อเยอะมาก วัวตัวนี้ชื่อว่า เจ้าโรนัลโดมีมูลค่าถึง 10 ล้าน เพราะมีตัวเดียวในประเทศไทย ที่พร้อมที่จะทำงานแล้วก็รีดน้ำเชื้อ ท่านที่อยู่ในวงการปศุสัตว์ชอบวัวหูยาว ตอนนี้วัวหูยาวตกแล้วนะครับเอาวัวตัวนี้ไปเลี้ยง เพราะตัวนี้เขาเรียกว่าดีจริงจากข้างในเราไม่ได้ขายที่รูปร่างข้างนอก แต่เราขายที่คุณภาพเนื้อข้างในวัวตัวนี้เอาไปผสมกับวัวอะไรก็ตาม เมื่อลูกออกมาเนื้อของเขาขั้นต่ำเลยนะครับได้เกรด 3.5
เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่าใช้เขาผสมกับวัวตัวใดมั่นใจได้เลยว่าจะได้ลูกคุณภาพดี ต่อไปนี้เราไม่อนุญาตให้ผสมพันธุ์อีกแล้ว แต่ถ้าเราจับเขารีดน้ำเชื้อจะได้ครั้งละ 2 หลอด อาทิตย์หนึ่งจะได้ประมาณ 200 หลอดหมายความว่า 1 อาทิตย์ของเขา สามารถผสมพันธุ์แม่วัวได้ถึง 400 ตัว เดือนหนึ่งเขาได้ 1,600 หลอดราคาขายทั่วไปตอนนี้หลอดหนึ่งแค่ 200 บาท ซึ่งถือว่าวัวทาจิมะภูพาน นับเป็นความหวังใหม่ของประเทศไทย เพราะตอนนี้มีวัวสายพันธุ์นี้เพียง 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และประเทศไทย ตอนนี้ที่สกลนครมีวัวที่จะให้เป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ประมาณ 100 ตัวแล้ว ซึ่งก็จะเป็นความหวังทางด้านสัตว์เศรษฐกิจของไทยอีกชนิดหนึ่ง
วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไวรัส



วิธีแก้ไวรัสต่างๆ บทแรก ว่าด้วยอาการของเครื่องที่ติดไวรัสวิธีดูคือ1.รู้สึกว่าเครื่องช้าลงไหม2.เปิด TaskManager ได้ไหม (วิธีดูคือ กด CTRL+ALT+DELETE ถ้ามันบอกว่าโดนปิดโดย Admin คือเข้าไม่ได้)3.เปิด Regedit ได้ไหม (วิธีเข้าคือ เข้า Start ไปที่ Run แล้วพิมพ์ regedit ถ้ามันบอกว่าโดนปิดโดย Admin คือเข้าไม่ได้)4.Folder Option ยังอยู่ไหม (วิธีดูคือ เข้า MyComputer ไปที่ Tools(อยู่ข้างล่าง Title Bar) ดูว่ามี Folder Option ไหม)5.มี Process แปลกๆในเครื่องไหม (ดูใน TaskManager ส่วนรายละเอียดจะอธิบายในบทต่อไป)6.เปิด Drive ได้ไหม(หมายถึงปกติคือ Double Click เข้าไปได้ไหม)7.เมื่อเปิด Folder แล้วเปิด Folder นั้นในหน้าต่างใหม่8.ใน Folder มี Folder ที่ชื่อเหมือน Folder ขึ้นมาโดยเราไม่ได้สร้าง9.มี PopUp ข้อความ หรือ หน้าต่างของ InternetExplorer(หรือ InternetBrowser อื่นๆ) ขึ้นมาเอง10.หน้าแรกถูกตั้งเป็นหน้าอื่น เปลี่ยนกี่ทีก็ไม่ได้11.มี File แปลกๆอยู่ในเครื่องรึเปล่า12.อื่นๆ ถ้านึกออกจะเอามาลงอีกหมายเหตุ Process คือโปรแกรมที่ถูกเปิดอยู่ทุกตัวซึ่งบ้างตัวจะทำงานในเบื้องหลัง(มองไม่เห็น)บทที่สอง ว่าด้วยวิธีดู Process แปลกๆวิธีเปิด TaskManager เพื่อดู Process1.กด CTRL+ALT+DELETE ถ้ามันบอกว่าโดนปิดโดย Admin คือว่ามีโอกาศเกือบ 100% ว่าติดไวรัส2.ไปที่ Processวิธีดู Process แปลกๆ1.ถ้ามี wscript.exe ขึ้นมา (อันนี้ 90% เป็นไวรัส)2.มีตัวที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้มากกว่า 1 ตัวหรือชื่อใกล้เคียงalg.exectfmon.exe (อันนี้ไม่แน่ใจว่ามีทุกเครืองไหม แต่เป็นของ Windows คงมีทุกเครื่อง)lsass.exeservices.exesmss.exespoolsv.exewinlogon.exe(ในกรณีที่เป็น server อาจจะมีมากกว่า 1 ตัวมั้ง ไม่แน่ใจแต่ถ้ามี 2 ตัวให้ดูที่ User Name ถ้าเป็น System คือปกติ)3.มีตัวที่ชื่อใกล้เคียงกับ svchost.exe หรือเป็นชื่อนี้แต่ User Name ไม่ใช่ NETWORK SERVICE,LOCAL SEVICE หรือ SYSTEMวิธีปิด Process1.เลือก Process ที่ต้องการปิด2.กดที่ End Process3.แล้วกดที่ Yesคำเตือน การปิด Process ที่มี User Name เป็น NETWORK SERVICE,LOCAL SEVICE หรือ SYSTEM ไม่ใช่ความคิดที่ดีอาจจะทำให้เครื่องรวนได้ ในบางกรณีอาจจะ Restart เองเลย หมายเหตุ บาง Process อาจจะปิดไม่ได้เนื่องจากถูกป้องกันไว้ ส่วนมากจะเป็น AntiVirus เช่น NOD32,NetOP School Student เป็นต้นบทที่สาม ว่าด้วยเรื่องของ Autorun.infAutorun.inf คืออะไร Autorun.inf คือ File ที่ไวรัสใช้ในการรันโปรแกรมไวรัส(บางตัวอาจจะไม่ใช่ไวรัสนะครับ อาจจะใช้ในประโยชน์อื่น เช่นการเปิดตัวลงโปรแกรมทันทีที่ใสแผ่น CD,เปลี่ยน Icon ของไดรว์ต่างๆ เป็นต้นวิธีเปิด Autorun.infในกรณีที่มองเห็นให้ Double Click เปิดได้เลยในกรณีที่มองไม่เห็นให้เปิด NotePad แล้วไปที่ File > Open แล้วพิมพ์ลงในช่อง File Name ว่า ชื่อไดรว์ตามด้วย Autorun.inf เช่นCode:F:\Autorun.infข้อความใน Autorun.inf ใช้ทำอะไรCode:[Autorun]ตัวนี้คือตัวที่บ่งบอกว่าตัวนี้คือ Autorun.inf ตัว Autorun.inf ทุดตัวต้องมีCode:icon=ตัวนี้เป็นตัวที่ใช้เปลี่ยน Icon ของ ไดรว์ ส่วนมากไวรัสจะไม่ใช้ ตัวอย่างวิธีใช้Code:icon=Sakura.icoโดย Sakura.ico คือชื่อไฟล์ Iconหมายเหตุ File Icon ต้องเป็น File ที่มีนามสกุล .ico เท่านั้นCode:shellexecute=อันนี้ส่วนมากเป็นไวรัสชนิดที่เป็น VBScript หรือ Script ต่างๆส่วนมากมักเป็นCode:shellexecute=wscript.exe test.vbsการทำงานของคำสั่งนี้คือบอกให้รัน Script ที่ชื่อว่า test.vbs ปกติไวรัสแบบนี้แก้ไม่ยากCode:Open=อันนี้ส่วนมากจะใช้กับไวรัสที่เป็น EXE โดยมักเป็นดังนี้Code:Open=1.exeหรือCode:Open=1.comโดยที่ 1.exe หรือ 1.com นั้นเป็นชื่อไวรัส ส่วนมากไวรัสพวกนี้มักแก้ยากเพราะเราไม่รู้ว่ามันทำอะไรกับเครื่องเราบ้างCode:Shell\auto\command=Shell=autoอันนี้คล้ายกับ Open ผมจะอธิบายทีละบรรทัดนะครับCode:Shell\auto\command=บรรทัดนี้จะเป็นตัวชี้ File ว่าให้เปิดอะไร ส่วนตรง auto นั้นสามารถเปลี่ยนได้ เช่นCode:Shell\test\command=จะเหมือนกับอันบน คำสั่งนี้เมื่อคลิกขวาที่ Drive จะมีคำสั่งเพิ่มขึ้นมา เช่นถ้าเป็นของอันบนจะมีคำสั่ง auto เพิ่มขึ้นมา แต่ถ้าของอันล่างจะมี test เพิ่มขึ้นมาCode:Shell=autoส่วนอันนี้เป็นตัวที่บอกว่าถ้า Double Click จะไปเปิดตัวไหน เช่นอันนี้คือถ้า Double Click จะคล้ายคลิกขวาที่ Drive แล้วเลือก auto ก็คือรันไวรัสนั่นเอง บางตัวอาจจะใช้วิธีนี้แต่ผมจำโครงสร้างไม่ได้เป็นตัว music.exe มันจะทำให้มี Open หลายตัวทำให้งง ถ้าในกรณีนี้ให้เลือกตัวล่าง ส่วนมากตัวล่างมักจะปลอดภัยที่สุดCode:label=อันนี้คือตั้งชื่อ Drive อ่ะครับ เช่นCode:label=MIX THE WIZARDอันนี้คือให้ชื่อ Drive เป็น MIX THE WIZARD มันไม่ต่างอะไรกับคลิกขวา Properties แล้วเปลี่ยนชื่อไดรว์เท่าไหร่ แต่ถ้ามี autorun.inf อยู่มันจะเอาคำสั่งนี้เป็นหลักที่สำคัญคงมีแค่นี้ทริกเพิ่มเติม1.เราควรสร้าง Autorun.inf เก็บไว้ใน FlashDrive แล้วใส่คำสั่ง Icon เข้าไป ประมาณนี้Code:[Autorun]icon=Sakura.icoเพื่อที่เวลาเราเอา FlashDrive ไปเสียบเครื่องอื่นถ้ามาเสียบที่บ้าน แล้วไม่ขึ้นรูป ก็มีโอกาศว่า autorun.inf โดนเขียนทับ เราจะได้คลิกขวา ดูว่ามีไวรัสไหม ระวังตัวมากขึ้นหน่อย2.เวลาเสียบ FlashDrive ควร กด Shift ไว้ด้วยไม่ให้มัน Autorun(ส่วนมากมักจะเปิดไวรัสแบบอัตโนมัติที่เสียบ FlashDrive เข้าไป)หมายเหตุ1.ต้องมี File Icon และต้องตั้งค่าให้เรียบร้อยด้วย2.เมื่อเสียบกับเครื่องที่มี AntiAutorun ตัว Autorun.inf ของเราก็จะหายไปนะครับ เพราะมันโง่แยกไม่ออก ดังน้นระวังหน่อยนะครับ ----------------------------------------------------------------------------------------------------แหล่งที่อ้าง:http://anonym.to/?http%3A%2F%2Fwebcomthai.com%2Fflashdrive.html

ออกกำลังกายอย่างไรให้วัยรุ่นตัวสูง

ออกกำลังกายอย่างไร กินอย่างไร และเมื่อใด? จึงจะทำให้วัยรุ่นตัวสูงได้มากที่สุด..... ออกกำลังกายอย่างไร กินอย่างไร และเมื่อใด? จึงจะทำให้วัยรุ่นตัวสูงได้มาก .....
“ การเล่นเป็นการออกกำลังกายสำหรับเด็กเป็นอย่างดี“
อัตราการเจริญเติบโตของร่างกาย
ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนอายุถึงวัยรุ่น อัตราการเจริญเติบโตของร่างกายแต่ละช่วงไม่เท่ากัน
► ระยะก่อนคลอดเล็กน้อย อัตราการเติบโตของร่างกายจะมากที่สุดเร็วที่สุด
► ระยะหลังคลอด อัตราการเติบโตของร่างกายยังคงเร็วที่สุด พอ ๆ กับก่อนคลอดแต่จะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ
► ระยะวัยเด็ก อัตราการเจริญเติบโตจะคงที่ แต่ในเด็กหญิงจะมีความสูงและน้ำหนักตัวมากกว่าเด็กชายเล็กน้อย ส่วนความแข็งแรงของร่างกายจะพอ ๆ กัน► ระยะวัยเจริญพันธุ์ เป็นระยะที่มีการเจริญเติบโตเร็วมาก เด็กหญิงมักจะเริ่มระยะนี้ เมื่ออายุ 12 – 13 ปี และเด็ก ชายเริ่มเมื่ออายุ 14 –15 ปี ซึงระยะนี้เด็ดชายจะมีอัตราสูงเร็วกว่าอัตราของเด็กหญิง (12-13) มาก อัตราการเจริญ เติบโตจะเร็วเกือบเท่าระยะก่อนคลอด
► ระยะวัยรุ่น เด็กหญิงแขนขาจะหยุดเจริญเติบโต ประมาณอายุ 15 – 16 ปี แต่เด็กชายจะหยุดที่ 17 – 18 ปี หลังจาก นั้นกระดูกสันหลังยังเจริญเติบโตต่อไปได้อีก โดยเด็กหญิงถึงอายุ 19 – 20 ปี เด็กชาย 21 – 22 ปี
จะเห็นว่า ช่วงอายุวัยเจริญพันธ์นั้นเด็กจะโตเร็วที่สุด แต่ช่วงนี้ยังมีระยะเวลาค้อนข้างยาวประมาณ 3 ปี ซึ่งยังต้องแบ่งเวลาย่อย ๆ ลงไปอีกเพราะการเจริญเติบโตเร็วไม่เท่ากัน หมอเทนเนอร์ แบ่งได้ 5 ระยะ โดยดูจากการเปลี่ยนแปลงของการขึ้นของขนหัวเหน่า การออกกำลังกายที่จะเร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย
การออกกำลังกายในระยะเจริญพันธ์ จะมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตของร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะการออกกำลังกายจะมีผลให้ฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของร่างกาย ( growth homone) หลั่งมากขึ้นหรือลดลงได้จากการวิจัยหลาย ๆ วิจัย สรุปได้ว่า
1. การออกกำลังแบบเกร็งอยู่กับที่ จะไม่ทำให้ระดับฮอร์โมนนี้เปลี่ยนแปลง
2. การออกกำลังกายแบบที่มีการเคลื่อนที่ จะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนได้
3. การทำงานที่ต้องออกแรง จะเพิ่มฮอร์โมนได้
- ถ้าออกแรงหนัก ระยะเวลาที่ออกแรงสั้น ๆ จะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนได้
- ถ้าออกแรงหนัก และระยะเวลานาน จะทำให้การหลั่งฮอร์โมนลดลง
- ถ้าออกแรงเต็มที่ ไม่ว่านานเท่าใด จะทำให้การหลั่งฮอร์โมนลดลง
- ถ้าออกแรงประมาณ 10-15 % ระยะเวลา 30-60 นาที จะเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนได้ดีมาก
- การออกกำลังกายหนักมาก ๆ เช่น วิ่งมาราธอน การหลั่งฮอร์โมนจะลดลง
- การออกกำลังกายหนักสั้น ๆ พัก 30 นาที แล้วออกซ้ำสลับกันไป 3 ครั้ง กลับจะทำให้ฮอร์โมนลดลง

นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยพบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นประจำนอกจากจะทำให้ร่างกายด้วยกล่าวคือ ในกลุ่มที่ออกกำลังแบบแอโรบิค จนสามารถเพิ่ม “ ความสามารถสูงสุดในการใช้ออกซิเจน“ ( หรือความฟิตของร่างกาย ) แล้ว 1 ปี ถัดไปจะมีผลให้อัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นสูงสุดได้ด้วย และที่สำคัญถึงแม้เด็กคนนั้นจะพ้นระยะโตเร็วที่สุดตามธรรมชาติแล้วก็ตาม ยังเร่งอัตราการเจริญเติบโตให้เพิ่มขึ้นได้อีก
สรุป การออกกำลังกายเพื่อเร่งให้อัตราการเจริญเติบโตของร่างกายเพิ่มขึ้นในช่วงวัยเจริญพันธ์ ( เด็กหญิง ระยะที่ 3 เด็กชาย ระยะที่ 4 ) ควรจะเป็นการออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวมาก ๆ หรือออกกำลังกายแบบแอโรบิค ซึ่งออกแรงมากพอที่จะออกกำลังกายได้ติดต่อกัน 30 – 60 นาที เช่น ว่ายน้ำ วิ่งช้า ๆ ขี่จักรยาน เต้นรำ เดินเร็ว เป็นต้น
การออกำลังกายแบบนี้อาจจะเป็นที่เบื่อหน่ายของเด็ก เด็กจึงไม่ค่อยตั้งใจปฏิบัติ เด็กอยากเล่นฟุตบอล บาสเกตบอล เทนนิส แบดมินตัน มากกว่า แต่อย่าลืมว่าการเล่นกีฬาเหล่านั้น จะต้องสร้างสมรรถภาพของร่างกายให้ดีและเหมาะสมกับกีฬานั้น ๆ ก่อน จึงจะเล่นกีฬาโดยปลอดภัยไม่บาดเจ็บ และถ้าเด็กต้องการเล่นกีฬา จะต้องคำนึงถึงช่วงอายุการเจริญเติบโตของร่างกายนี้ด้วย ดังนี้คือ
อายุ 7 – 9 ปี
► ให้เล่นกีฬาเพื่อความสนุกหลาย ๆ อย่าง เด็กจะมีโอกาสเลือกว่าชอบชนิดไหน สอนเทคนิคการเล่นและกฎเกณฑ์เท่านั้น
อายุ 10 – 11 ปี
► ฝึกขั้นพื้นฐานทั่ว ๆ ไป ฝึกเทคนิคของแต่ละกีฬา ฝึกการเคลื่อนไหวให้มีความสัมพันธ์กันเพราะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เป็นการกระตุ้นความไวของปฎิกริยา ความไวและเทคนิคการเคลื่อนไหว เริ่มฝึกแอโรบิคเพื่อให้ร่างกายฟิตได้ในช่วงนี้
อายุ 12 – 14 ปี
► ฝึกให้ร่างกายฟิตทั่วๆ ไป และเริ่มสอนเทคนิคพิเศษในกีฬาที่เด็กชอบรวมถึงสอนกลยุทธ์ด้วยเนื่องจากช่วงนี้ร่างกายโตเร็วอยู่แล้ว การฝึกต้องปรับเปลี่ยนไปตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจ เริ่มเรียนเทคนิคที่สูงได้ กลยุทธ์ที่ยุ่งยากขึ้นรวมถึงฝึกทักษะ ระยะนี้เด็กจะต้องเลือกว่าจะเล่นกีฬาชนิดใดแล้ว เพราะจะต้องฝึกเทคนิคกลยุทธและทักษะโดยเฉพาะ
อายุ 15 – 16 ปี ► เตรียมฝึกเฉพาะทาง สำหรับกีฬาที่เลือก
- เพิ่มความฟิตของร่างกาย ทางด้านแอโรบิค
- ฝึกให้เพิ่มความคล่องของร่างกาย
- ฝึกเพิ่มพลังกล้ามเนื้อโดยยกน้ำหนักให้ถูกวิธีและเฉพาะสำหรับกีฬาแต่ละชนิด ระยะนี้ อย่าให้ยกน้ำหนักมากเกินไปเพราะกระดูกยังเจริญเติบโตต่อไปได้อีก ถ้าหนักไปจะหยุดโต แต่ให้เพิ่มจำนวนครั้งที่ยกได้
อายุ 16 ปี ขึ้นไป
► ฝึกตามโปรแกรมผู้ใหญ่ได้ทุกประการ

อาหารที่จะเร่งการเจริญเติบโตของร่างกาย
อาหารมีความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างไร ?
► ความมุ่งหมายของเราที่จะให้ร่างกายเจริญเติบโตพัฒนาได้ดีมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์ขึ้นอยู่กับการออกกำลังกายและการได้รับอาหารที่เพียงพอเหมาะสมตามวัยและสภาวะการณ์
► การเจริญเติบโตจะมีทั้งการเพิ่มน้ำหนักและส่วนสูง
► ในเพศชายระยะที่น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว จะเกิดพร้อมกับระยะความสูงที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว แต่ในเพศ
หญิงมักจะเกิดช้ากว่าระยะที่ความสูงเพิ่มอย่างรวดเร็ว ประมาณ 6 – 9 เดือน
► อาหารนอกจากจะเป็นรากฐานที่ให้ร่างกายใช้เพื่อการทำงานประจำวันและการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายแล้ว ยังจะใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ๆ และซ่อมแซมส่วนที่มีอยู่แล้วด้วย
► อาหารจึงยิ่งมีความสำคัญมากในวัยเด็กและวัยเจริญพันธ์ ที่กำลังเจริญเติบโตและยิ่งมีการออกกำลังกายควบคู่ไป อาหารก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นด้วย
► อาหารที่ได้รับจะต้องมีความสมดุลย์กับการใช้อาหารของร่างกาย หากได้รับอาหารน้อยหรือไม่เหมาะสมร่างกายจะเจริญเติบโตไม่ดี แต่ถ้าได้มากเกินกว่าจะใช้ได้ทันร่างกายจะเปลี่ยนแปลงส่วนนี้เป็นไขมัน เก็บสะสมไว้ในร่างกาย ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดโรคอ้วนที่เป็นอัตรายต่อสุขภาพ โดยสรุปร่างกายจำเป็นต้องได้รับอาหาร
- สำหรับการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่
- สำหรับการทำงานประจำวันของร่างกาย
- สำหรับการเจริญเติบโตของร่างกายในวัยเด็ก ซึ่งจะมีอัตราความเร็วของการเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุ
- สำหรับเป็นพลังงานในการออกำลังกาย
- สำหรับการซ่อมแซมเนื้อเยื้อซึ่งเสื่อมสลายให้อยู่ในสภาพปกติ
แนวทางการกินอาหารให้เหมาะสมต่อการออกกำลังกายและการเจริญเติบโตตามวัย
► กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน โดยกินจากอาหารหลากหลายชนิด เพราะอาหารแต่ละอย่างจะให้ชนิดและปริมาณของสารอาหารที่แตกต่างกัน หากกินอาหารหลายชนิดจะทำให้ได้รับสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วนและพอเพียง
► หากออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควรกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรทเพิ่มขึ้น ซึ่งควรกินอาหารจำพวกข้าวและ
แป้ง ขนมปัง ก๊วยเตี๋ยว มากกว่าที่จะเป็นน้ำตาลหรือน้ำอัดลม
► หากไม่ได้ออกกำลังกายอย่างมาก เพื่อจะเป็นนักกีฬาแล้ว การกินโปรตีนตามข้อกำหนด สารอาหารที่ควรได้รับประจำวันก็เพียงพอแล้ว
- เพศชายอายุ 10 – 12 ปี และ 13 – 15 ปี ควรได้รับโปรตีนวันละ 1.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ( 1.0 กรัม/กก./วัน ) อายุ 16 –19 ปี 0.90 กรัม/กก./วัน
- ไข่ไก่ทั้งฟองต้มสุก ขนาดใหญ่มีโปรตีนประมาณ 7.6 กรัม ขนาดกลาง 6.4 กรัม ขนาดเล็ก 5.2 กรัม เฉพาะไข่ขาวหนึ่งฟองมีโปรตีนประมาณ 6.4 กรัม ขนาดกลาง 5.3 กรัม ขนาดเล็ก 4.3 กรัม
- นมวัวสด (นมจืด) ยูเอสที 1 กล่องขนาด 250 มล. มีโปรตีนประมาณ 10 กรัม
- เนื้อสัตว์ปริมาณ 1 ช้อนกินข้าว เนื้อไก่ไม่มีหนังมีโปรตีนประมาณ 2.7-3.0 กรัม เนื้อวัวไม่มีมัน 3.0 กรัม เนื้อหมูไม่มีมัน 2.1 กรัม เนื้อปลา 2.7 กรัม หากเนื้อเหล่านี้ผ่านการย่าง ทอด ปริมาณโปรตีนจะหนาแน่นขึ้นอีกครึ่งถึงหนึ่งส่วน การกินปลาทะเลสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งจะช่วยการเจริญเติบโตของสมองที่กำลังพัฒนาด้วย เพราะมีกรดไขมัน DHA
- ข้อควรระวังหากกินเนื้อสัตว์ หรืออาหารเค็ม (โซเดียม ) หรือ คาเฟอีน ( ชา กาแฟ ช็อกโกแล็ตและน้ำอัดลม ) มากเกินไป จะมีการสูญเสียแคลเซียมทางปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีไขมันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดไขมันอิ่มตัวแต่ไม่ใช้ไม่กินไขมันเลย เพราะไขมันยังให้พลังงาน และช่วยให้วิตามิน เอ.ดี.อี และเค ถูกร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ ไขมันที่ได้จากปลาทะเลจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการของสมอง
- อย่ากินอาหารเค็มและใช้เกลือแต่เพียงเล็กน้อย จากการศึกษาพบว่าแม้กระทั่งนักกีฬาที่เสียเหงื่อมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการเกลือเพิ่มจากที่ได้รับจากอาหารประจำวันอยู่แล้ว
- แคลเซียมเป็นเกลือแร่ที่มีความสำคัญในการเสริมสร้างกระดูก เด็กตั้งแต่อายุ 10 – 19 ปี ควรได้รับแคลเซียมประมาณวันละ 1200 มิลลิกรัม วิตามินดี ซึ่งละลายในไขมันเป็นตัวช่วยการดูดซึมแคลเซียมของร่างกาย แคลเซียมมีมากในนม เนยแข็ง ปลาแห้ง โดยเฉพาะปลาตัวเล็ก ปลากระตัก กุ้งฝอย เต้าหู รวมทั้งผักใบเขียว แต่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมจากพืชไปใช้ได้น้อยกว่าอาหารที่มาจากสัตว์เนื่องจากบ้านเราไม่นิยมกินเนยแข็ง ดังนั้นการดื่มนมทุกวันจะเป็นแหล่งที่ดีของแคลเซียม นมจืดขนาด 250 มิลลิกรัม 3 กล่อง จะให้แคลเซียมประมาณ 600 – 700 มิลลิกรัม นอกเหนือไปจากนั้นก็อาจได้จากอาหารอื่นดังที่เอยมาแล้ว ในกรณ๊ที่เด็กไม่ชอบดื่มนมหรือดื่มแล้วมีปัญหาจะต้องให้แคลเซียมเสริมด้วย เพื่อให้ได้ปริมาณแคลเซียมวันละ 1200 มิลลิกรัม สำหรับวิตามินดี เด็กอาจจะได้รับจากอาหารและได้รับจากการสังเคราะห์ของผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด ถ้าเด็กไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามที่ร่างกายต้องการ และไม่ได้ตากแดดเลยอาจจะต้องให้วิตามินดีเสริมด้วย...

วารสารงานกาชาด 2545 โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์เสก อักษรานุเคราะห์และศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ฉัตรานนท์

อันตรายจากการนอนดึก

การนอนดึกเป็นเหตุให้อายุสั้น เท่ากับเร่งวันตายให้ตัวเอง การทำงานดึกทำให้ร่างกายล้า เหมือนกับเครื่องยนต์ overload ไม่ช้าเครื่องก็พัง วิธีแก้ไขในกรณีต้องทำงานดึก (เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรมเร็ว) ในผู้ที่มีหน้าที่บริหารงาน มักจะพบปัญหานี้กันมาก เพราะต้องเร่งงาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนนอนดึก ก็คือ ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดอาการล้า และระบบร่างกายจะรวน ดังนี้ ระบบการย่อยอาหารท้องอืด ท้องเฟ้อง่าย อาหารย่อยไม่ดี ทำให้อุจจาระหยาบ คืออาหารที่ทานเข้าไป ถ้าไม่นอนดึกอุจจาระจะสวย ไม่มีเศษอาหารติดอยู่ เหมือนกับแท่งทอง แต่ถ้าอดนอนแล้วอุจจาระจะหยาบ จะมีเศษอะไรต่างๆ ติดอยู่ เหมือนกับรถที่มีเขม่าติด เกิดจากการที่ร่างกายย่อยไม่หมด เพราะล้า แนวทางแก้ไข ให้ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์ อาหารเหนียวๆ มิฉะนั้นลำไส้ทำงานหนัก ยิ่งนอนดึกแม้เราหลับไปแล้ว แต่ลำไส้ไม่หลับ ยังคงย่อยอยู่ต่อไป พอตื่นขึ้นมาก็เพลีย ให้ทานไข่ นม แทนพวกเนื้อสัตว์ ก็จะพอถูไถไปได้ มิฉะนั้นท้องจะผูกเป็นประจำ ริดสีดวงทวารจะถามหา (ถ้าหากอ้วนก็ให้ทานนมแทนไข่) การท้องผูก มี 2 ลักษณะ 1. ผูกแข็ง คือ อุจจาระแข็ง 2. ผูกเหลว คือ อาการถ่ายอุจจาระไม่หมด ยังค้างอยู่ แต่ลำไส้ล้า กระเพาะอาหารล้า ทำให้ไม่มีแรงบีบให้ออกจนหมด ดังนั้นในวันหนึ่งๆ จึงต้องถ่ายหลายครั้ง โรคที่จะตามมาก็คือ ผื่นคันบริเวณขาหนีบ ไม่ใช่เพราะความสกปรกหมักหมม แต่ที่คันทั้งวัน เพราะปกติอุจจาระจะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ถ้าแข็งแสดงว่าส่วนที่เป็นน้ำได้ซึมกลับเข้ามาในลำไส้ ซึ่งมันเป็นของเสียที่ต้องขับออก ผลก็คือทำให้น้ำเหลืองเสีย ก็จะมาประทุบริเวณเนื้ออ่อนๆ เช่นที่ขาหนีบ เพราะฉะนั้น อย่านอนดึก ถ้าต้องดึกก็ให้ออกกำลังหน้าท้อง ให้ท้องเกิดกำลัง จะได้รีดอุจจาระออกมาได้เร็ว ทานเสร็จแล้วอย่านอน ให้เดินสักครึ่งชั่วโมง เพราะพอขาได้เดิน ลำไส้มันก็ต้องไปกับขาด้วย จะช่วยทำให้ย่อยได้ดีขึ้น ท้องจะผูกน้อยลง ผื่นคันก็จะหาย ถ้ายังไม่หาย (เนื่องจากอายุมาก) ให้ทานน้ำขิงสด (ไม่ใช่ขิงผงเป็นซองๆ) พวกที่นอนดึกต้องให้ท้องอุ่นมากๆ ให้หาผ้ามาห่ม เดี๋ยวท้องจะอืด เฟ้อ บางทีต้องให้เท้าอุ่นด้วย ให้หาถุงเท้ามาใส่ มิฉะนั้นเท้าจะชา ระบบเหงื่อ คนที่ไม่มีเหงื่อออก จะแย่ ถ้าขับเหงื่อให้ออกได้ร่างกายจะสบาย ถ้าเหงื่อไม่ออกความร้อนภายในร่างกายจะระบายไม่ได้ ทำให้อึดอัด ของเสียในร่างกายก็ออกไม่ได้ โรคผิวหนังจะถามหา สิวฝ้าจะขึ้น จึงควรดื่มน้ำให้มากพอและออกกำลังกายเบา ๆ แค่ให้เหงื่อออกได้ ยิ่งนอนดึกเหงื่อจะไม่ค่อยออก ของเสียตกใน สิวฝ้าขึ้น มันก็จะไปออกทางปัสสาวะแทน ไตเลยทำงานหนัก นักวิจัยของคณะแพทย์จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียพบว่า การอดนอนเรื้อรัง ซึ่งบางคนจะรู้สึกว่าแค่ง่วงนอนนิดหน่อยนั้น ส่งผลต่อการทำงานในเรื่องการรับรู้ในชีวิตประจำวัน กลุ่มคนที่จะเผชิญกับปัญหานี้ จะมีพวกคนทำงานเป็นกะ, ต้องเข้าเวร, ผู้ที่ต้องดูแลเด็กเล็ก และคนที่มักจะนอนน้อยกว่าคืนละ 6 ชั่วโมงเป็นประจำ
ขอขอบคุณ
(กรมประชาสัมพันธ์)